วิเคราะห์ข่าววันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558
กรุงศรี เปิดตัว "สินเชื่อพร้อมให้" จับกลุ่มธุรกิจผู้แทนจำหน่ายสินค้า
- ชูจุดเด่น ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และให้วงเงินสูงตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ
- รองรับการเป็นแวลูเชนทั้งระบบ
กรุงเทพฯ (2 กุมภาพันธ์ 2558) -- กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน)) ในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก เปิดตัว "สินเชื่อพร้อมให้" สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ โดยเริ่มต้นมุ่งจับ 3 กลุ่มธุรกิจใหญ่คือ กลุ่มดีลเลอร์รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ดีลเลอร์ยางรถยนต์ และดีลเลอร์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ ก่อนขยายไปกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ต่อไป โดยชูจุดเด่นไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และให้วงเงินสูงตามความต้องการของธุรกิจ รองรับเครือข่ายการค้า (แวลูเชน) ที่สมบูรณ์ทั้งระบบ
นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "สินเชื่อพร้อมให้ไม่ใช้หลักทรัพย์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับลูกค้าธุรกิจ โดยสินเชื่อพร้อมให้นี้จะช่วยลูกค้าปลดข้อจำกัดด้านหลักทรัพย์ค้ำประกัน ที่เป็นอุปสรรคหลักที่ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถเติบโตได้เต็มศักยภาพโดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เป็นดีลเลอร์ในกลุ่มธุรกิจรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ดีลเลอร์กลุ่มธุรกิจยางรถยนต์ และดีลเลอร์ของกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และในช่วงเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการ เราได้รบการตอบรับจากดีลเลอร์เป็นอย่างดีโดยมียอดวงเงินสินเชื่อที่อนุมัติแล้วกว่า 4,600 ล้านบาท”
“สินเชื่อพร้อมให้” เกิดขึ้นจากความชำนาญและประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยงของกรุงศรี ทำให้มีความโดดเด่นจากสินเชื่อเอสเอ็มอีโดยทั่วไปคือนอกจากจะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันยังเสนอวงเงินที่สูงเพียงพอกับความต้องการของแต่ละธุรกิจ พร้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำ (สูงสุด MLR+1.50) และระยะเวลาชำระเงินคืนสูงสุดถึง 120 วัน นอกจากนั้นกรุงศรียังช่วยลดภาระการจัดการให้กับลูกค้าด้วยบริการจ่ายเงินให้คู่ค้าผ่านระบบการชำระเงินของธนาคาร
สินเชื่อพร้อมให้ ไม่ใช้หลักทรัพย์นี้ เป็นการส่งเสริมให้ระบบเครือข่ายการค้าของอุตสาหกรรมต่างๆ ได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างครบวงจรซึ่งจะเอื้อให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่อยู่ในเครือข่ายทั้งหมดโดยดีลเลอร์ไม่ต้องกังวลเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกันขณะเดียวกันก็สามารถใช้ได้กับคู่ค้าหลายราย ทำให้ดีลเลอร์สามารถขยายโอกาสทางธุรกิจได้เต็มศักยภาพ ในส่วนของผู้ผลิตที่ส่งสินค้าให้กับดีลเลอร์ก็มั่นใจได้ว่าจะได้รับเงินตรงเวลาและครบถ้วนตามจำนวน ขณะที่กรุงศรีสามารถขยายสินเชื่อเข้าสู่กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี และกลุ่มลูกค้าองค์กรได้มากขึ้น
นอกจากนี้ กรุงศรีได้วางแผนที่จะสนับสนุนกลุ่มธุรกิจอื่นๆ อีกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจกระดาษ ธุรกิจปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการในธุรกิจที่หลากหลายยิ่งขึ้น
“สินเชื่อพร้อมให้ เป็นการสร้างรูปแบบใหม่ของผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ ช่วยให้การทำธุรกิจของลูกค้าง่ายขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดของกรุงศรี เรื่องเงิน เรื่องง่าย” นายสยามกล่าว
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02-626-2626 หรือ www.krungsri.com/SME
บทวิเคราะห์ข่าว :
กรุงศรี เปิดตัว "สินเชื่อพร้อมให้" จับกลุ่มธุรกิจผู้แทนจำหน่ายสินค้า คลิก!!
ที่มา : https://www.krungsri.com/bank/th/NewsandActivities/Krungsri-Banking-News/2469.html
วิเคราะห์ข่าวโดย : นางสาว ชัญญาพัชญ์ ดำรงพลสถาพร รหัสนักศึกษา 56118040015
วิเคราะห์ข่าววันที่ 22 เมษายน 2558
กรุงศรีเปิดสำนักงานตัวแทนนครย่างกุ้ง
กรุงเทพฯ (22 เมษายน 2558) -- กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน)) ในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก วันนี้ได้เปิดสำนักงานตัวแทน ณ นครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ โดยมุ่งสนับสนุนลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีของธนาคาร เพื่อแสวงหาโอกาสด้านการค้าและการลงทุนในเมียนมาร์โดยความร่วมมือกับธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด (BTMU) ซึ่งได้รับอนุมัติให้เปิดสาขาที่ให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ณ นครย่างกุ้ง
นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า “การเปิดสำนักงานตัวแทนของกรุงศรีในเมียนมาร์ เป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ของธนาคารในการสนับสนุนการขยายธุรกิจของลูกค้าออกไปนอกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านของไทย เราคาดหวังว่าการเปิดสำนักงานตัวแทนครั้งนี้จะช่วยขยายการค้า การลงทุนในระดับทวิภาคีของสองประเทศให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยขนาดของประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และความต้องการภายในประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้เมียนมาร์เป็นหนึ่งในประเทศหลัก สำหรับการค้าและการลงทุนของนักธุรกิจไทยและนักธุรกิจต่างชาติ โดยไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีปริมาณการค้าขายกับเมียนมาร์สูงเป็นอันดับที่ 2 และยังเป็นลำดับที่ 2 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment)
“สำนักงานตัวแทนของกรุงศรี ณ นครย่างกุ้ง จะให้บริการข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับโอกาสทางด้านการค้า และการลงทุนแก่นักธุรกิจไทย และนักธุรกิจเมียนมาร์ และด้วยการสนับสนุนจากธนาคาร BTMU สาขาย่างกุ้ง ที่เพิ่งเปิดให้บริการ ทำให้สำนักงานตัวแทนของกรุงศรีสามารถให้การสนับสนุนด้านการเงินกับลูกค้าของเราได้ ทั้งบริการด้านสินเชื่อ การโอนเงินระหว่างประเทศ และการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ” นายโกโตะ กล่าว
นอกจากนั้นสำนักงานตัวแทนของกรุงศรียังให้บริการการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศอีกด้วย
บทวิเคราะห์ข่าว :
แบงค์กรุงศรี เปิดสำนักงานตัวแทนในนครย่างกุ้ง และร่วมมือกับBTMU สนับสนุนธุรกิจในเมียนมาร์ จะมุ่งสนับสนุนลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และลูกค้าธุรกิจ SME ของธนาคาร ทางธนาคารจะสนับสนุนทางด้านการค้าของนักธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในประเทศเมียนมาร์ และสนับสนุนทางด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการบริการด้านสินเชื่อ การโอนเงินระหว่างประเทศ และการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ เป็นการให้สิทธิแก่คนไทยในประเทศเมียนมาร์ เนื่องจากเป็นกลยุทธ์ของธนาคารในการสนับสนุนการขยายธุรกิจของลูกค้าออกไปนอกประเทศ เพราะปัจจุบันประเทศเมียนมาร์เป็นประเทศที่กำลังมีการพัฒนามากขึ้น จึงมีการค้าขายและการลงทุนจากนักธุรกิจไทย และนักธุรกิจต่างชาติ และจะมีธุรกิจที่มาลงทุนโดยต่างประเทศเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ
กรุงศรีเปิดสำนักงานตัวแทนนครย่างกุ้ง คลิก!!
ที่มา : https://www.krungsri.com/bank/th/NewsandActivities/Krungsri-Banking-News/2536.html

วิเคราะห์ข่าววันที่ 21 มิถุนายน 2558
กรุงศรีเผยแผน 3 ปี มุ่งขับเคลื่อนสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำในไทย
กรุงเทพฯ (28 เมษายน 2558) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
จำกัด (มหาชน)) ในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำระดับโลก
วันนี้ ได้ประกาศแผนธุรกิจ 3 ปี (ปี 2558-2560)
ในการขับเคลื่อนธนาคารและบริษัทในเครือก้าวสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำในไทย
นายโนริอากิ โกโตะ
กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด
(มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีได้จัดทำแผน 3 ปี ในการขับเคลื่อนธุรกิจ
ซึ่งสะท้อนการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค กฎระเบียบของทางการ
และโอกาสในการขยายธุรกิจ กอปรกับกลยุทธ์เพื่อการเติบโตระดับสากลของ MUFG อนึ่ง แผนธุรกิจดังกล่าวยังสอดคล้องกับพันธกิจของกรุงศรีในการมุ่งสู่การเป็นสถาบันการเงินชั้นนำในระดับภูมิภาคที่ก้าวสู่เวทีโลกด้วยการเติบโตที่ยั่งยืน
รับผิดชอบต่อสังคมและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า”
นายโกโตะกล่าวว่า “ยุทธศาสตร์ในการผลักดันกรุงศรีสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำในไทยประกอบด้วย
3 กลยุทธ์หลักคือ 1) ผลักดันการเติบโตของสินทรัพย์ 2) เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม
3) ลดต้นทุนทางการเงิน
ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนจากการคงความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย
การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ และฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น
ภายใต้แนวคิดในการดำเนินธุรกิจโดยใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง”
“สำหรับ MUFG ภูมิภาคเอเชียเป็นตลาดที่สำคัญเป็นอันดับที่สองรองจากญี่ปุ่น
กรุงศรีจึงเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญสำหรับการขยายธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของ MUFG ในเอเชีย ซึ่งในส่วนของกรุงศรี
การก้าวสู่การเป็นธนาคารชั้นนำสำหรับลูกค้าในไทย
กรุงศรีจะต่อยอดความแข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าบรรษัทญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ
รวมถึงฐานลูกค้าในกลุ่มดังกล่าว อีกทั้งใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของ MUFG ในธุรกิจ Global Markets ธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศและสินเชื่อซัพพลายเชน”
“สำหรับกลุ่มธุรกิจธนพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ (JPC/MNC) ที่จัดตั้งขึ้นใหม่เมื่อต้นปีนั้น
กรุงศรีสามารถต่อยอดความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในกลุ่มลูกค้าบรรษัทญี่ปุ่น
ด้วยประโยชน์จากเครือข่ายสาขาและฐานลูกค้าในประเทศของกรุงศรี ทั้งนี้
ในกลุ่มลูกค้าบรรษัทข้ามชาติ เรามีเป้าหมายที่จะเป็นธนาคารที่ได้รับการชื่นชอบมากที่สุดจากบรรษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในไทย
ด้วยกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าผ่านเครือข่ายธุรกิจระดับสากลของ BTMU” นายโกโตะ กล่าว
“ในส่วนของธุรกิจรายย่อย
กรุงศรีตั้งเป้าที่จะรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย
อีกทั้งเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
ผ่านนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ผนวกกับกลยุทธ์ในการเป็นพันธมิตร กับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์”
สำหรับกลยุทธ์ในการรุกธุรกิจในกลุ่มประเทศ
CLMV นั้น
กรุงศรีจะเป็นหัวขบวนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
สินเชื่อเพื่อการบริโภคและไมโครไฟแนนซ์ ขณะเดียวกันก็จะใช้ประโยชน์ จากเครือข่ายของ BTMU ในการให้บริการทางการเงินสำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ
ยกเว้นในประเทศลาวซึ่งกรุงศรีจะนำหน้าในการขยายธุรกิจทั้งในส่วนของกลุ่มลูกค้าธุรกิจและรายย่อย
“เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ดังกล่าว
ธนาคารมีแผนลงทุนเพื่อขยายช่องทางในการให้บริการให้ครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น
อีกทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
และความเป็นเลิศของระบบปฏิบัติการ โดยมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ 100
สาขาและติดตั้งเครื่อง ATM ใหม่ 2,000 เครื่องทั่วประเทศ”
นายโกโตะกล่าวเพิ่มเติม
สำหรับปี
2558 นี้ ธนาคารได้ตั้งเป้าเติบโตของสินเชื่อไว้ 7-9%
และรายได้จากค่าธรรมเนียมเติบโตสูงกว่า 12%
ด้วยสัดส่วนสินเชื่อที่สมดุลระหว่างลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และ SME ที่ 60% และลูกค้ารายย่อย
40% ธนาคารคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิจะอยู่ที่ 4%
ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวมจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า
2.5% ด้วยสินทรัพย์รวม 1.6
ล้านล้านบาท (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558) ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นสมาชิกในเครือ
มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG)
หนึ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำระดับโลก ซึ่งถือครองหุ้นในกรุงศรีจำนวน
76.88% ขณะที่กลุ่มรัตนรักษ์ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นที่สำคัญและสร้างสรรค์ของธนาคาร
วิเคราะห์ข่าว :
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
ในเครือมิตซูบิซิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) นายโกโตะ ได้ประกาศผลักดันกรุงศรีให้ไปสู่การเป็นธุรกิจชั้นนำในไทย โดยประกอบด้วยกลยุทธ์ 3 กลยุทธ์ 1) ผลักดันการเติบโตของสินทรัพย์ 2) เพิ่มรายค่าธรรมเนียม 3)
ลดต้นทุนทางการเงิน
ซึ้งได้รับการสนับสนุนจากการคงเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย
การเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดธุรกิจสินเชื่อเพื่อพาณิชย์และฐานลูกค้ารายใหญ่ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจโดนใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง สำหรับ MUFG เป็นตลาดที่สำคัญเป็นอันดับที่สองรองจากญี่ปุ่น
กรุงศรีจึงเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญสำหรับการขยายธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของ MUFG ในเอเชีย ซึ่งในส่วนของกรุงศรี
การก้าวสู่การเป็นธนาคารชั้นนำสำหรับลูกค้าในไทย
และใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของ MUFG ในธุรกิจ Global
Markets ธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศและสินเชื่อซัพพลายเชน
สำหรับกลยุทธ์ในการรุกธุรกิจในกลุ่มประเทศ CLMV นั้น
กรุงศรีจะเป็นหัวขบวนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
สินเชื่อเพื่อการบริโภคและไมโครไฟแนนซ์ ขณะเดียวกันก็จะใช้ประโยชน์ จากเครือข่ายของ BTMU ในการให้บริการทางการเงินสำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ
เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ธนาคารจึงมีแผนลงทุนเพื่อขยายช่องทางในการให้บริการให้ครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศมากขึ้น
โดยมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ 100 สาขาและติดตั้งเครื่อง ATM ใหม่
2,000 เครื่องทั่วประเทศ
และยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
และความเป็นเลิศของระบบปฏิบัติการ โดนได้ประกาศแผนในการทำธุรกิจ 3 ปี ในปี 2558 –
2560 เพื่อขับเคลื่อนธนาคารและบริษัทก้าวเข้าสู่กลุ่มธุรกิจชั้นนำในประเทศไทย
วิเคราะห์ข่าวโดย : นางสาว สมหญิง
กัสนุกา รหัสนักศึกษา 56118040010

วิเคราะห์ข่าววันที่ 23 มิถุนายน 2558
กรุงศรีรุกคืบกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ หลังผนึกกำลัง MUFG
- มุ่งสู่การเป็นธนาคารหลัก โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างครบวงจร และสนับสนุนการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจสู่สากล โดยการผนึกกำลังกับ MUFG ผ่านเครือข่ายกว่า 40 ประเทศทั่วโลก
กรุงเทพฯ (23 มิถุนายน 2558) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำระดับโลก วันนี้ได้ประกาศแผนรุกธุรกิจกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายสู่การเป็นธนาคารหลักสำหรับกลุ่มลูกค้าดังกล่าวภายในปี 2560
นายพรสนอง ตู้จินดา ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แผนธุรกิจระยะกลางของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคารที่มุ่งผลักดันการเติบโตของสินทรัพย์ เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม และลดต้นทุนทางการเงินผ่านกลยุทธ์เพิ่มลูกค้าใหม่และการจัดกลุ่มลูกค้า หรือ Segmentation ที่ชัดเจนขึ้น ภายใต้แนวคิดในการใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการทางการเงินที่ครบวงจร (Total Financial Solutions) ได้แก่ บริการบริหารเงินสด (Cash Management) บริการธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) บริการเพื่อบริหารความเสี่ยงทางการเงิน (FX and Derivatives) บริการการเงินธนกิจและการลงทุน (Investment Banking) และ สินเชื่อโครงการ (Project Finance) เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน และภูมิภาคอาเซียน”
“หลังจากการผนึกกำลังกับ MUFG ทำให้เกิดความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ทั้งโครงสร้างการทำงาน ผลิตภัณฑ์ ฐานลูกค้าและเครือข่ายที่มีกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ธนาคารจึงสามารถสนองตอบความต้องการของกลุ่มลูกค้าธุรกิจได้มากกว่าเดิม ทั้งศักยภาพในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างครบวงจร และความพร้อมในการเพิ่มโอกาสเติบโตแก่ลูกค้าธุรกิจที่จะขยายไปยังประเทศต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศแก่ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่แล้วหลายราย อาทิ กลุ่มเซ็นทรัลในการขยายธุรกิจรีเทลไปยังกลุ่มยุโรป กลุ่มไทยซัมมิทในการขยายธุรกิจไปยังประเทศอินเดีย เป็นต้น”
“นอกจากนี้ธนาคารมุ่งผลักดันบริการ Investment Banking ซึ่งในระยะแรกจะเน้นในเรื่องการให้คำปรึกษาในด้านการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ รวมถึงการให้สินเชื่อโครงการ (Project Finance) ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการลงทุนของลูกค้าองค์กรในอีกรูปแบบหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ MUFGมีความเชี่ยวชาญและเป็นผู้นำในระดับสากล” นายพรสนองกล่าว
“นอกจากการให้บริการทางการเงินแก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) สำหรับลูกค้าที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังญี่ปุ่นหรือประเทศอื่นๆ ทั่วโลกและลูกค้าญี่ปุ่นที่แสวงหาโอกาสลงทุนในไทย”
“การดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวมุ่งผลักดันการเป็นธนาคารหลักของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ภายในปี 2560 ปัจจุบันสัดส่วนสินเชื่อลูกค้าธุรกิจเท่ากับ 60% ของพอร์ตสินเชื่อโดยรวมของธนาคาร โดยคิดเป็นลูกค้าธุรกิจองค์กรไทยขนาดใหญ่ 29% สำหรับปี 2558 นี้ ธนาคารได้ตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อของกลุ่มลูกค้าดังกล่าวอยู่ที่ 6% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่า GDP ที่คาดการณ์ แต่เราเชื่อมั่นในศักยภาพของกรุงศรีและ MUFG ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และทำให้ยอดสินเชื่อเติบโตได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ผลประกอบการ ณ ไตรมาส 1 เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ มียอดสินเชื่อคงค้าง 383 พันล้านบาท” นายพรสนองกล่าวเพิ่มเติม
ด้วยสินทรัพย์รวม 1.6 ล้านล้านบาท (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558) ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นสมาชิกในเครือ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำระดับโลก ซึ่งถือครองหุ้นในกรุงศรีจำนวน 76.88% ขณะที่กลุ่มรัตนรักษ์ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นที่สำคัญและสร้างสรรค์ของธนาคาร
วิเคราะห์ข่าว :
กรุงศรีได้มีการตั้งเป้าหมายให้ตัวเองกลายเป็นธนาคารหลักของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ โดยได้เลือกใช้ยุทธศาสตร์ในการสร้างความเติบโตของสินทรัพย์เพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียม และลดต้นทุนโดยการเพิ่มลูกค้าใหม่ และจัดกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน
จากการที่กรุงศรีได้ควบรวมกับMUFGไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้เริ่มเดินแผนธุรกิจ
ต่างๆทันทีและหนึ่งในนั้นก็คือแผนธุรกิจรุกกลุ่มเป้าหมายลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่คือเป็นการ
ปล่อยอย่างสินเชื่อให้ลูกค้าที่ต้องการขยายธุรกิจให้เติบโตเป็นการค้าระหว่างประเทศ (Project Finance)
นั่นเอง และอีกอย่างที่กรุงศรีมองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับธุรกิจ คือ บริการทางการเงินแบบครบวงจร
ทั้งการบริหารเงินสด การบริหารการค้าระหว่างประเทศ การบริหารความเสี่ยง
การจับคู่ธุรกิจ และบริการอื่นๆมากมาย เรียกได้ว่า ที่นี่ที่เดียวก็เพียงพอต่อความสำเร็จที่ลูกค้าจะได้รับ
ทำไมลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ถึงต้องหันมาสนใจแผนธุรกิจนี้??เพราะ ด้วยศักยภาพของกรุงศรี
สามารถตอบโจทย์ลูกค้าและวางเส้นทางให้ลูกค้าก้าวไปอีกขั้นได้ โดยจะเห็นได้จาก การเติบโตของสินเชื่อ ในไตรมาสที่ 1 ที่มีการเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือมียอดสินเชื่อคงค้าง 383 พันล้านบาท และสินทรัพย์ที่ีมีมากถึง 1.6 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ กรุงศรียังได้ตัวช่วยหรือแรงผลักดันที่ยอดเยี่ยมอย่าง MUFG ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจระดับโลก มีเครือข่ายกว่า 40 ประเทศทั่วโลก นั่นจึงเป็นแหล่งที่ทำให้กรุงศรีเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น แถมMUFG ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ที่นำมาเสนออีกด้วย โดยกรุงศรีตั้งเป้าความสำเร็จไว้ภายในปี 2560 ซึ่งจะสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยอื่นๆ ในอนาคตว่าจะเดินไปในทิศทางใดแต่ด้วยองค์ประกอบข้างต้นที่กล่าวมานั้นสามารถเป็นครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นให้แก่ธุรกิจใหญ่ ๆ และความสำเร็จของกรุงศรีได้อย่างไม่ยากเย็น
ที่มา : https://www.krungsri.com/bank/th/NewsandActivities/Krungsri-Banking-News/2589.html
วิเคราะห์ข่าวโดย : นางสาว จินดา บุณยทรรพ รหัสนักศึกษา 56118040027
วิเคราะห์ข่าววันที่ 5 มกราคม 2558
กรุงศรีประกาศความสำเร็จในการควบรวม BTMU สาขากรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ (5 มกราคม 2558) -- กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก วันนี้ประกาศความสำเร็จในการควบรวมกิจการธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด (BTMU) สาขากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นธนาคารในเครือ MUFG เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรี หลังจากใช้เวลา 1 ปี ในการเตรียมการและดำเนินงาน
นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “2558 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นที่สำคัญของธนาคาร โดยกรุงศรีได้ฉลองประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ซึ่งเป็นผลจากความสำเร็จในการควบรวมกิจการของธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด (BTMU) สาขากรุงเทพฯ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรี อีกทั้งยังเป็นปีที่ธนาคารได้ดำเนินธุรกิจครบรอบ 70 ปีในอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ไทยอีกด้วย”
“กรุงศรีกับประวัติศาสตร์หน้าใหม่นี้จะเป็นก้าวแห่งความมุ่งมั่นสู่การเป็นธนาคารชั้นนำด้วยความแข็งแกร่งในฐานะธนาคารที่ให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร (Universal Banking) มีสัดส่วนสินเชื่อที่สมดุลระหว่างสินเชื่อเพื่อรายย่อยและสินเชื่อเพื่อธุรกิจ โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ซึ่งตั้งอยู่ในกว่า 40 ประเทศ และมีสำนักงานกว่า 1,100 แห่งทั่วโลก การควบรวมกิจการของธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด (BTMU) สาขากรุงเทพฯ เข้ากับกรุงศรีนี้ ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับกรุงศรีในการสนับสนุนทางการเงินให้กับบริษัทญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในไทยกว่า 4,000 แห่ง และนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินแก่พนักงานกว่า 700,000 คน ของบริษัทดังกล่าว นอกจากนี้การผนึกรวมกันในครั้งนี้ยังเป็นการผสานความแข็งแกร่งในระดับโลกและความเชี่ยวชาญในไทยเข้าด้วยกัน ทำให้กรุงศรีพร้อมที่จะเสริมสร้างความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย และขยายส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจสินเชื่อ SME และธุรกิจขนาดใหญ่ต่อไป” นายโกโตะ กล่าว
“หลังจากการควบรวมกิจการธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด (BTMU) สาขากรุงเทพฯ ซึ่งมีสินทรัพย์ 479 พันล้านบาท เข้ากับธนาคาร ทำให้ปัจจุบันกรุงศรีมีสินทรัพย์รวมสูงขึ้นถึง 1.716 ล้านล้านบาท (ณ สิ้นเดือนกันยายน 2557) เทียบเคียงกับ 4 ธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทย โดยกรุงศรีมีสัดส่วนสินเชื่อเพื่อธุรกิจ
อันประกอบด้วยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อธุรกิจ SME อยู่ที่ประมาณ 60% ขณะที่สินเชื่อเพื่อรายย่อยมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 40% ของสินเชื่อทั้งหมด” นายโกโตะ กล่าวเพิ่มเติม
อันประกอบด้วยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อธุรกิจ SME อยู่ที่ประมาณ 60% ขณะที่สินเชื่อเพื่อรายย่อยมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 40% ของสินเชื่อทั้งหมด” นายโกโตะ กล่าวเพิ่มเติม
เพื่อเป็นการฉลองประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกรุงศรี วันนี้ (5 มกราคม 2558) ธนาคารได้เปิดสาขากรุงเทพฯ สาทร ณ อาคารหะรินธร ถนนสาทร ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด (BTMU) สาขากรุงเทพฯ
ปัจจุบันมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นในกรุงศรีจาก 72% มาอยู่ที่ 76.88% หลังการควบรวม ซึ่งเป็นผลจากการที่ธนาคารจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงจำนวน 1,281,618,026 หุ้น ให้แก่ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด (BTMU) ขณะที่กลุ่มรัตนรักษ์ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นที่สำคัญของธนาคารด้วยสัดส่วนการถือครองหุ้นประมาณ 20% จากจำนวนหุ้นทั้งหมด
วิเคราะห์ข่าว :
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ในเครือ
มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG)
ในปี 2558 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นที่สำคัญของธนาคาร
โดยกรุงศรีได้ฉลองประวัติศาสตร์หน้าใหม่
ซึ่งเป็นผลจากความสำเร็จในการควบรวมกิจการของธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ
จำกัด (BTMU) สาขากรุงเทพฯ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรี
อีกทั้งยังเป็นปีที่ธนาคารได้ดำเนินธุรกิจครบรอบ 70 ปีในอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ไทย
มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ
ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ตั้งอยู่ในกว่า
40 ประเทศ
ความแข็งแกร่งในระดับโลกและความเชี่ยวชาญในไทยเข้าด้วยกันทำให้กรุงศรีพร้อมที่จะเสริมสร้างความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย
และขยายส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจสินเชื่อ SME และธุรกิจขนาดใหญ่ต่อไป
ปัจจุบันมิตซูบิชิ
ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG)
ได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นในกรุงศรีจาก 72% มาอยู่ที่ 76.88% หลังการควบรวม
ซึ่งเป็นผลจากการที่ธนาคารจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง
ที่มา : https://www.krungsri.com/bank/th/NewsandActivities/Krungsri-Banking-News/2426.html
วิเคราะห์ข่าวโดย : นางสาว ธาริณี คำพรมมา รหัสนักศึกษา 56118040009

.jpg.aspx)


ปัจจุบันสินเชื่อนี้เป็นอย่างไรบ้าง มึการขยายไปยังธรุกิจอื่นเพิ่มขึ้นหรือยัง
ตอบลบปัจจุบัน "สินเชื่อพร้อมให้" ยังไม่มีข่าวเพิ่มเติมค่ะ แต่ทางธนาคารกรุงศรีได้วางแผนที่จะสนับสนุนกลุ่มธุรกิจอื่นๆ อีกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจกระดาษ ธุรกิจปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการในธุรกิจที่หลากหลายยิ่งขึ้นค่ะ
ลบ